เฉลย
1. 9 ไฟลัม
2.มีทางน้ำเข้า ostium ทางน้ำออก osculum และมี spicule
3.cnidaria
4. แบบขั้นบันได (ladder type)
5. มีโนโตคอร์ด
6. แม่เพรียง
7. ดอกไม้ทะเล แมงกระพรุน ดาวเปราะ
8. ฟองน้ำ
9. Nematoda
10. หมึก
Kingdom Animalia
วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
คำถาม
คำถาม Kingdom Animalia
1. อาณาจักรสัตว์แบ่งเป็นกี่ไฟลัม
1. 7
2. 8
3. 9
4. .10
2. ไฟลัม Porifera มีลักษณะที่ไม่มีใครเหมือนคือ
1. มีเซลล์ 3 ชนิด คือ ammoebocyte/coanocyte/porocyte
2. มีหนวดที่มีเข็มพิษอยู่ด้านใน
3. มีทางน้ำเข้า ostium ทางน้ำออก osculum และมี spicule
4. มีทางน้ำเข้า osculum ทางน้ำออก ostium และมี spicule
3.ไฟลัมที่มีหนวดเป็นเข็มพิษอยู่ด้านในคือ ไฟลัมใด
1.porifera
2.cnidaria
3.platyhelminthes
4.nematoda
4. ไฟลัม Platyhelminthes มีระบบประสาทแบบใด
1. ไม่มีระบบประสาท
2. ร่างแห (nerve net)
3. แบบขั้นบันได (ladder type)
4. มีปมประสาทสมอง (cerebral ganglia)
5. ลักษณะเด่นของ Phylum Chordata ที่ไม่มีไฟลัมไหนเหมือน คือ
1. มีโนโตคอร์ด
2. เป็น Eucoelomate
3. เป็นผู้บริโภค
4. เป็น Endoskeleton
6. สัตว์พวกแรกที่มีระบบหมุนเวียนของเลือดได้แก่
1. พยาธิตัวกลม
2. แม่เพรียง
3. ปลิงทะเล
4. หอยแครง
7. กลุ่มสัตว์พวกใดที่มีการจัดระเบียบโครงสร้างร่างกายที่มีสมมาตร เป็นแบบเดียวกัน
1. ดอกไม้ทะเล แมงกระพรุน ดาวเปราะ
2. เม่นทะเล แม่เพรียง ฟองน้ำ
3. พลานาเรีย ไฮดรา โอบีเลีย
4. เพรียงหัวหอม ปลาหมึก อะมีบา
8. สัตว์ชนิดใดที่อยู่ใน Phylum Porifera
1. ฟองน้ำ
2. หนอนตัวกลม
3. ไฮดรา
4. ไส้เดือน
9. ไฟลัมใดไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด
1. Arthropoda
2. Mollusca
3. Nematoda
4. Anelida
10. Phylum Molluscaมีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด ยกเว้นข้อใด
1. ปะการัง
2. หมึก
3. หนอนตัวแบน
4. ฟองน้ำ
Phylum Chordata
สัตว์ในไฟลัมคอร์ดาตาเรียกว่า พวกคอร์เดต (chordate) สัตว์ในไฟลัมนี้ถือว่ามีความสำคัญที่สุดและมีวิวัฒนาการสูงสุด มีการปรับตัวทั้งโครงสร้างภายนอก โครงสร้างทางกายวิภาค สรีรวิทยา พฤติกรรมมากกว่าสัตว์กลุ่มอื่นๆ สำหรับกำเนิดของคอร์เดตนั้นยังไม่มีใครระบุแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าคอร์เดตน่าจะวิวัฒนาการมาจากพวกเอไคโนเดิร์ม เนื่องจากการเจริญของตัวอ่อนของสัตว์กลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เช่น การเกิดของช่องทวารหนัก แต่ก็ไม่มีใครสรุปได้แน่นอน ว่าคอร์เดตวิวัฒนาการมาจากเอไคโนเดิร์ม หรือมีบรรพบุรุษร่วมกับพวกเอไคโนเดิร์ม
สัตว์ในไฟลัมคอร์ดาตา แบ่งออกเป็น 2 พวกใหญ่ๆ คือ พวกโพรโทคอร์เดต (protochordate) และพวกสัตว์มีกระดูกสันหลัง (vertebrate) สัตว์มีกระดูกสันหลังแบ่งออกเป็น
1. คลาสไซโตมาตา (Class Cyclostomata) ได้แก่ ปลาปากกลม (cyclostome) ที่รู้จักและพบกันอยู่ในปัจจุบัน คือ แลมเพรย์ (lamprey) และแฮกฟิส (hag fish) รูปร่างคล้ายปลาไหลอาศัยอยู่ในทะเล มีกระดูกอ่อนและโนโตคอร์ดตลอดชีวิตไม่มีกระดูกแข็ง ไม่มีขากรรไกร ไม่มีรยางค์เป็นคู่ ดำรงชีวิตแบบเป็นปรสิตภายนอกของสัตว์น้ำขนาดใหญ่อื่นๆ โดยการใช้ปากกลมดูดเกาะและใช้ฟันที่ลิ้นขูดกินเลือดและเนื้อของปลาขนาดใหญ่อื่นๆ เป็นอาหาร ปลาปากกลมไม่พบในประเทศไทย แต่พบทางยุโรปและอเมริกา
2. คลาสคอนดริคไทอิส (Class Chondricthyes) ได้แก่ ปลากระดูกอ่อนพวกปลาฉลาม ปลากระเบน ปลาฉนาก มีลักษณะสำคัญ คือ กระดูกเป็นกระดูกอ่อนตลอดชีวิต มีขากรรไกร มีรยางค์ มีปากที่มีฟันอยู่ทางด้านล่าง ช่องเหงือกอยู่ทางด้านข้างหรือด้านล่าง มองเห็นได้ชัดเจนมีลำไส้เวียน (spiral valae) ช่วยถ่วงเวลาของอาหารให้อยู่ในลำไส้นานยิ่งขึ้นเพราะลำไส้สั้น ไม่มีกระเพาะลม เกล็ดแข็งแหลมคม ลูบดูจะสากมือ ปฏิสนธิภายในตัวออกลูกเป็นตัวหรือไข่
3. คลาสออสติอิคไทอิส (Class Osteicthyes) ได้แก่พวกปลากระดูกแข็งทั้งหลาย เช่น ปลาทู ปลาตะเพียน ปลาดุก ปลาช่อน ม้าน้ำ ลักษณะสำคัญคือ มีกระดูกแข็ง มีแผ่นปิดเหงือก (operculum) ทำให้มองไม่เห็นเหงือก เกล็ดเรียงซ้อนกัน มีถุงลมช่วยในการลอยตัว บางชนิดใช้เป็นอวัยวะหายใจ เช่น ปลามีปอด ปากอยู่ด้านหน้าสุด และมีการปฏิสนธิภายนอกตัวออกลูกเป็นไข่
4. คลาสแอมฟิเบีย (Class Amphibia) ได้แก่พวกสัตว์ครึ่งน้ำครึ่งบก ทั้งนี้เพราะมันอาศัยอยู่ทั้งบนบกและในน้ำ เช่น กบ เขียด ปาด อึ่งอ่าง คางคก ซาลามานเดอร์ งูดิน ลักษณะเฉพาะของสัตว์คลาสนี้ คือมีผิวลำตัวชุ่มชื้น ไม่มีเกล็ด ปฏิสนธินอกตัวออกไข่ในน้ำ ตัวอ่อนอยู่ในน้ำหายใจด้วยเหงือก ตัวเต็มวัยหายใจด้วยปอดและผิวหนัง หัวใจ3 ห้องประกอบด้วย ห้องรับเลือด (atrium) 2 ห้อง และห้องส่งเลือด (ventricle) 1 ห้อง เม็ดเลือดแดงมีนิวเคลียสและเป็นสัตว์เลือดเย็น (poikilothermous animal)
5. คลาสเรปทิเลีย (Class Reptilia) ได้แก่ พวกสัตว์เลื้อยคลาน เช่น เต่า ตะพาบน้ำ จิ้งจก กิ้งก่า ตะกวด เหี้ย งู จระเข้ ลักษณะเฉพาะของสัตว์คลาสนี้คือผิวหนังมีเกล็ดแห้ง หายใจด้วยปอดตลอดชีวิต หัวใจมี 3 ห้อง ประกอบด้วยห้องรับเลือด 2 ห้อง และห้องส่งเลือด 1 ห้อง เม็ดเลือดแดงมีนิวเคลียส ผสมพันธุ์ภายในตัว วางไข่บนบก ไข่มีขนาดใหญ่ ไข่แดงมากและเปลือกหุ้ม เป็นสัตว์เลือดเย็น
6. คลาสเอวีส (Class Aves) ได้แก่พวกสัตว์ปีก เช่น นก เป็ด ไก่ ห่าน หงส์ ลักษณะเฉพาะของสัตว์คลาสนี้คือ ผิวลำตัวปกคลุมด้วยขนซึ่งมีลักษณะเป็นแผง (feather) หายใจด้วยปอด หัวใจ 4 ห้อง ทำหน้าที่รับและส่งเลือดอย่างละ 2 ห้อง แม็ดเลือดแดงมีนิวเคลียส เป็นสัตว์เลือดอุ่น (homeothermous animal) อุณหภูมิของร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงตามสิ่งแวดล้อม มีจะงอยปากก มีการผสมภายในตัวออกลูกเป็นไข่ ไข่มีไข่แดงมาก ไข่มีเปลือกเป็นสารพวกหินปูน มีการฟักไข่และเลี้ยงดูลูกอ่อน นกมีถุงลมติดต่อกับปอกเพื่อช่วยในการหายใจและระบายความร้อน ในปัจจุบันนี้นกหายชนิดที่สูญพันธุ์แล้ว เช่น นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร และนกหลายชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น นกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเรียน นกเงือก เนื่องจากสภาพธรรมชาติที่นกเล่านี้อาศัยอยู่ถูกทำลาย
7. คลาสแมมมาเลีย (Class Mammalia) ได้แก่พวกสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ได้แก่จิงโจ้ แมว สุนัข ช้าง ม้า วัว ควาย วาฬ โลมา
ลักษณะประจำคลาส คือ มีต่อมน้ำนมสร้างน้ำนมเลี้ยงลูกอ่อน ผิวหนังมีขนที่มีลักษณะเป็น เส้น (hair) ปกคลุม มีหัวใจ 4 ห้อง เม็ดเลือดแดงไม่มีนิวเคลียส เป็นสัตว์เลือดอุ่น มีกระบังลมกั้นระหว่างอกและช่องท้อง ช่วยในการหายใจ หายใจด้วยปอด
Phylum Echinodermata
ไฟลัมเอไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata)
สัตว์พวกนี้มีผิวลำตัวขรุขระหรือมีหนามเรียกว่าพวกเอไคโนเดิร์ม (echinoderm) มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีสมมาตรเป็น 2 แบบ เมื่อเป็นตัวอ่อนมีสมมาตรแบบผ่าซีก (bilateral symmetry) เมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยมีสมมาตรเป็นแบบรัศมี (radial symmetry)
2. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ชั้นนอกประกอบด้วยผิวที่ขรุขระ ภายในมีโครงร่าง (endoskeleton) เป็นชิ้นหินปูนขนาดเล็กต่อกัน ทำให้เคลื่อนไหวได้ บางชนิดเป็นแผ่นแข็งทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ โครงร่างกายในนี้เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อชั้นกลาง (mesoderm)
3. ทางเดินอาหารสมบูรณ์ประกอบด้วยปากและทวารหนัก ยกเว้นบางชนิด เช่น ดาวเปราะ (brittle star) มีปากแต่ไม่มีทวารหนัก
4. มีระบบทางเดินน้ำ (water vascular system) อยู่ภายในตัวและมีเท้าท่อ (tube feet) ช่วยในการเคลื่อนที่โดยการประสานการทำงานของเท้าท่อและระบบทางน้ำเข้าด้วยกัน
5. ระบบหมุนเวียนไม่ค่อยเจริญมากนัก มีเหงือกที่ผิวลำตัว (dermal branchia) ช่วยในการหายใจ
6. ระบบประสาทประกอบด้วยปมประสาทรูปวงแหวนรอบปากและมีข่ายใยประสาท (nerve net) แพร่กระจายทั่วตัวรวมทั้งแทรกเข้าไปในแฉกด้วย
7. เป็นสัตว์แยกเพศและมีอวัยวะสืบพันธุ์เจริญดีมาก มีการปฏิสนธินอกตัวและมีการเจริญเป็นตัวอ่อนซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากตัวเต็มวัยเป็นอย่างมาก
8. สัตว์ในไฟลัมนี้อาศัยอยู่ในทะเลทั้งหมด
สัตว์พวกนี้มีผิวลำตัวขรุขระหรือมีหนามเรียกว่าพวกเอไคโนเดิร์ม (echinoderm) มีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีสมมาตรเป็น 2 แบบ เมื่อเป็นตัวอ่อนมีสมมาตรแบบผ่าซีก (bilateral symmetry) เมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยมีสมมาตรเป็นแบบรัศมี (radial symmetry)
2. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ชั้นนอกประกอบด้วยผิวที่ขรุขระ ภายในมีโครงร่าง (endoskeleton) เป็นชิ้นหินปูนขนาดเล็กต่อกัน ทำให้เคลื่อนไหวได้ บางชนิดเป็นแผ่นแข็งทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ โครงร่างกายในนี้เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อชั้นกลาง (mesoderm)
3. ทางเดินอาหารสมบูรณ์ประกอบด้วยปากและทวารหนัก ยกเว้นบางชนิด เช่น ดาวเปราะ (brittle star) มีปากแต่ไม่มีทวารหนัก
4. มีระบบทางเดินน้ำ (water vascular system) อยู่ภายในตัวและมีเท้าท่อ (tube feet) ช่วยในการเคลื่อนที่โดยการประสานการทำงานของเท้าท่อและระบบทางน้ำเข้าด้วยกัน
5. ระบบหมุนเวียนไม่ค่อยเจริญมากนัก มีเหงือกที่ผิวลำตัว (dermal branchia) ช่วยในการหายใจ
6. ระบบประสาทประกอบด้วยปมประสาทรูปวงแหวนรอบปากและมีข่ายใยประสาท (nerve net) แพร่กระจายทั่วตัวรวมทั้งแทรกเข้าไปในแฉกด้วย
7. เป็นสัตว์แยกเพศและมีอวัยวะสืบพันธุ์เจริญดีมาก มีการปฏิสนธินอกตัวและมีการเจริญเป็นตัวอ่อนซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากตัวเต็มวัยเป็นอย่างมาก
8. สัตว์ในไฟลัมนี้อาศัยอยู่ในทะเลทั้งหมด
Phylum Arthropoda
สัตว์ที่จัดอยู่ในไฟลัมนี้ เรียกว่า สัตว์ขาข้อ หรืออาร์โทรพอด (arthropod) ซึ่งหมายถึงมีรยางค์ต่อกัน เป็นข้อๆ สัตว์กลุ่มนี้มีจำนวนมากที่สุด ประมาณมากกว่า 1,200,000 ชนิด และเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะมากกว่า 80% ของสัตว์ทั้งหมดในอาณาจักรสัตว์ จากการศึกษาซากโบราณพบว่าอาร์โทรพอด มีความสัมพันธ์กับสัตว์พวกแอนเนลิดมากโดยอาจจะเจริญมาจากพวกแอนเนลิด หรืออาจมาจากบรรพบุรุษเดียวกันกับพวกแอนเนลิดก็ได้
อาร์โทรพอดมีลักษณะที่สำคัญ คือ
1. มีสมมาตรเป็นแบบผ่าซีก
2. มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น และมีช่องตัวแบบแท้จริง
3. ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้อง และแบ่งออกเป็นส่วนๆ โดยทั่วไปแล้วมี 3 ส่วน คือ ส่วนหัว (head) ส่วนอก (thorax) และส่วนท้อง (abdomen) เช่น พวกแมลง แต่บางชนิดส่วนหัวและส่วนอกจะรวมกันเป็นส่วนเดียวแยกออกจากกันไม่ได้เรียกว่า เซฟาโลทอแรกซ์ (cephalothorax) เช่น กุ้ง ปู นอกจากนี้ในพวกกิ้งกือและตะขาบ ส่วนของอกและท้องจะมีลักษณะเหมือนกัน
4. มีรยางค์ยื่นออกจากลำตัวเป็นคู่ๆ เช่น ขาเดิน ขาว่ายน้ำ อวัยวะส่วนปาก หนวด ปีก และรยางค์เหล่านี้มักมีลักษณะต่อกันเป็นข้อๆด้วย
5. มีโครงร่างภายนอก (exoskeleton) เป็นสารจำพวกไคทิน (chitin) แข็งหุ้มรอบตัว ดังนั้นในขณะที่มีการเจริญเติบโต สัตว์ในไฟลัมนี้หลายชนิดจึงต้องมีการลอกคราบ (molting) เพื่อเอาเปลือกเก่าซึ่งมีขนาดเล็กออกแล้วสร้างเปลือกใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าขึ้นมาแทน
6. ทางเดินอาหารเป็นแบบสมบูรณ์ มีปากและทวารหนัก สำหรับส่วนปากมีอวัยวะที่ช่วยในการกินอาหารและมีการดัดแปลงไปเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของอาหาร เช่น มีปากแบบกัดกิน ดูดกิน เจาะดูด เป็นต้น
7. ระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นระบบเปิด (open circulatory system) โดยเลือดเมื่อออกจากหัวใจเทียม (pseudoheart) แล้วจะไหลไปตามเส้นเลือด ต่อจากนั้นจะไหลเข้าสู่ช่องว่างในลำตัว (hemocoel) แล้วไหลกลับเข้าสู่หัวใจอีก จะเห็นได้ว่าเลือดไม่ได้อยู่ภายในหัวใจและเส้นเลือดตลอดเวลา แต่มีบางระยะที่เลือดไหลออกมาอยู่นอกเส้นเลือด จึงเรียกระบบการหมุนเวียนแบบนี้ว่า ระบบเปิด นอกจากนี้ สัตว์กลุ่มนี้อาจมีเลือดเป็นสีฟ้าอ่อนหรือไม่มีสีเนื่องจากสาร เฮโมไซยานิน (hemocyanin) เป็นองค์ประกอบหรือมีสีแดงเนื่องจากเฮโมโกลบิน (hemoglobin) เป็นองค์ประกอบ
8. ระบบขับถ่ายเป็นลักษณะเฉพาะของกลุ่ม เช่น แมลง มีมัลพิเกียน ทูบูล (malpighain tubule) ซึ่งเป็นท่ออยู่ที่ทางเดินอาหารเป็นอวัยวะขับถ่ายกุ้งมีกรีนแกลนด์หรือต่อมเขียว (green gland) ที่โคนหนวด ทำหน้าที่ขับถ่าย
9. ระบบหายใจประกอบด้วยอวัยวะหายใจหลายชนิด ในพวกที่อยู่ในน้ำ เช่น กุ้ง ปู หายใจด้วยเหงือก (gill) พวกแมลงหายใจด้วยระบบท่อลม (tracheal system) ที่แทรกอยู่ทั่วตัว แมงมุมหายใจด้วยบุกลัง (book lung) ที่บริเวณส่วนท้อง ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ซ้อนกันอยู่หลายชั้น เป็นต้น
10.ระบบประสาทมีปมประสาทที่หัว 1 คู่ และมีเส้นประสาททางด้านท้อง (ventral nerve cord) ทอด ไปตามความยาวของลำตัว 1 คู่ และมีอวัยวะสัมผัสเจริญดี เช่น ตาเดี่ยว ตาประกอบ หนวด ขนสัมผัส เป็นต้น
11.ระบบสืบพันธุ์ เป็นสัตว์แยกเพศ มักมีการปฏิสนธิภายในตัวและออกลูกเป็นไข่ ที่มีไข่แดงมาก ในขณะที่มีการเจริญเติบโตมักมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปด้วย
Phylum Nematoda
ไฟลัมเนมาโทดา (Phylum Nematoda)
สัตว์ในไฟลัมนี้เรียกกันทั่วๆไป ว่าหนอนตัวกลม (round worm) หรือ เนมาโทด (nematode) ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้
1. มีสมมาตรแบบผ่าซีก (bilateral symmetry)
2. มีช่องว่างในลำตัวแบบเทียม (pseudocoelomate animal) โดยมีช่องว่างอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อชั้นกลางและเนื้อเยื่อชั้นใน
3. ลำตัวกลม ยาว แหลมหัวแหลมท้าย ไม่มีข้อปล้อง ผิวลำตัวเรียบ มีสารคิวทิเคิลหนาหุ้มตัว
4. ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด แต่ใช้ของเหลวในช่องว่างเทียมช่วยในการลำเลียงสาร
5. ไม่มีอวัยวะหายใจโดยเฉพาะ พวกที่ดำรงชีวิตแบบปรสิตหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนแต่พวกที่อยู่อย่างอิสระใช้ผิวหนังเป็นส่วนแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อม
6. ระบบขับถ่ายประกอบด้วยเส้นข้างลำตัว (lateral line) ซึ่งภายในบรรจุท่อขับถ่าย (excretory canal) ไว้
7. ทางเดินอาหารสมบูรณ์ประกอบด้วยปากและทวารหนัก
8. ระบบประสาท ประกอบด้วยปมประสาทรูปวงแหวน (nerve ring) อยู่รอบคอหอย และมีแขนงประสาทแยกออกทางด้านท้องและทางด้านหลัง
9. มีระบบกล้ามเนื้อยาวตลอดลำตัว (longitudinal muscle)
10.เป็นสัตว์แยกเพศ เพศเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้เนื่องจากเพศเมียต้องทำหน้าที่ในการออกไข่
Phylem Annelida
ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida)
สัตว์ที่อยู่ในไฟลัมนี้ เรียกกันทั่วๆไปว่า หนอนตัวกลมมีปล้อง (segmentted round worm) หรือแอนเนลิด (anneid) มีลักษณะดังนี้
1. มีสมมาตรแบบผ่าซีก
2. มีช่องว่างในลำตัวแบบแท้ (eucoelomate animal) โดยช่องว่างนี้อยู่ภายในเนื้อเยื่อชั้นกลาง
3. ลำตัวกลม ยาว มีลักษณะเป็นปล้องที่แท้จริงเกิดขึ้นตามขวางของลำตัวตลอดตัว
4. มีเดือย (seta) ยื่นออกจากผิวลำตัว ยกเว้นปลิงน้ำจืดไม่มี
5. ทางเดินอาหารสมบูรณ์มีทั้งปากและทวารหนักเป็นท่อตรงตลอดลำตัว
6. มีระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นระบบปิด (closed circulatory system) ประกอบไปด้วยหัวใจซึ่งเป็นเส้นเลือดหดตัวได้เรียกว่า หัวใจเทียม (pseudoheart) ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปตามเส้นเลือดที่ยาวตลอดลำตัวและแขนงที่แยกออกไป เลือดมีสีแดงของเฮโมโกลบิน (hemoglobin) ในน้ำเลือดส่วนเซลล์เม็ดเลือดไม่มีสี
7. ระบบหายใจยังอาศัยผิวลำตัวที่เปียกชื้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อม แต่ในพวกแม่เพรียงมีอวัยวะข้างลำตัวช่วยในการแลกเปลี่ยนแก๊ส
8. อวัยวะขับถ่ายเรียกเนฟริเดีย (nephridai) ซึ่งแทรกอยู่ภายในปล้องมีลักษณะคล้ายหน่วยไต (nephron) ของสัตว์ชั้นสูง
9. ระบบประสาทเป็นเส้นคู่อยู่ทางด้านท้องเรียกว่า เส้นประสาทด้านท้อง (ventral nerve cord) ในแต่ละปล้องจะมีแขนงประสาทแยกออกจากเส้นประสาทด้านท้อง ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ซึ่งอยู่ภายในปล้องนั้นๆ
10.ส่วนใหญ่เป็นกะเทยมีบางชนิด เช่น แม่เพรียงเป็นสัตว์แยกเพศ
สัตว์ที่อยู่ในไฟลัมนี้ เรียกกันทั่วๆไปว่า หนอนตัวกลมมีปล้อง (segmentted round worm) หรือแอนเนลิด (anneid) มีลักษณะดังนี้
1. มีสมมาตรแบบผ่าซีก
2. มีช่องว่างในลำตัวแบบแท้ (eucoelomate animal) โดยช่องว่างนี้อยู่ภายในเนื้อเยื่อชั้นกลาง
3. ลำตัวกลม ยาว มีลักษณะเป็นปล้องที่แท้จริงเกิดขึ้นตามขวางของลำตัวตลอดตัว
4. มีเดือย (seta) ยื่นออกจากผิวลำตัว ยกเว้นปลิงน้ำจืดไม่มี
5. ทางเดินอาหารสมบูรณ์มีทั้งปากและทวารหนักเป็นท่อตรงตลอดลำตัว
6. มีระบบหมุนเวียนโลหิตเป็นระบบปิด (closed circulatory system) ประกอบไปด้วยหัวใจซึ่งเป็นเส้นเลือดหดตัวได้เรียกว่า หัวใจเทียม (pseudoheart) ทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปตามเส้นเลือดที่ยาวตลอดลำตัวและแขนงที่แยกออกไป เลือดมีสีแดงของเฮโมโกลบิน (hemoglobin) ในน้ำเลือดส่วนเซลล์เม็ดเลือดไม่มีสี
7. ระบบหายใจยังอาศัยผิวลำตัวที่เปียกชื้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อม แต่ในพวกแม่เพรียงมีอวัยวะข้างลำตัวช่วยในการแลกเปลี่ยนแก๊ส
8. อวัยวะขับถ่ายเรียกเนฟริเดีย (nephridai) ซึ่งแทรกอยู่ภายในปล้องมีลักษณะคล้ายหน่วยไต (nephron) ของสัตว์ชั้นสูง
9. ระบบประสาทเป็นเส้นคู่อยู่ทางด้านท้องเรียกว่า เส้นประสาทด้านท้อง (ventral nerve cord) ในแต่ละปล้องจะมีแขนงประสาทแยกออกจากเส้นประสาทด้านท้อง ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ซึ่งอยู่ภายในปล้องนั้นๆ
10.ส่วนใหญ่เป็นกะเทยมีบางชนิด เช่น แม่เพรียงเป็นสัตว์แยกเพศ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




